บทความ

แม่สิงโตทะเลร่ำไห้ เฝ้าร่างลูกน้อยตาย ไม่ยอมไปไหน ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี สงสารจับใจ

รูปภาพ
เผยภาพชวนน้ำตาไหล แม่สิงโต ทะเล เฝ้าซากลูกน้อยเกิดก่อนวัยไม่ยอมจากไปไหน ร้องไห้น้ำตาไหลรินอาบใบหน้า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา สำนัก ข่าว ต่างประเทศ นักข่าวชาวไทย ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี  เผย ภาพชวนสะเทือนใจของสิงโตทะเลตัวหนึ่งที่ส่งเสียงร้องไม่หยุดอยู่ริมชายหาดที่เมืองซานดิเอโก ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ด้วยเศร้าเสียใจเหลือคณาลูกน้อยที่เกิดก่อนวัยตายจากไป ร่ำไห้น้ำตาไหลไม่หยุด พร้อมคล้ายพยายามปลุกลูกให้ฟื้นคืนกลับมา แม้วันต่อมาผู้ที่ถ่ายคลิปวีดิโอนี้ไว้กลับไปที่ชายหาดนั้นอีกครั้ง ก็พบแม่สิงโตทะเลตัวนี้ยังเฝ้าร่างไร้ลมหายใจของลูกน้อยอยู่ตลอดทั้งคืนไม่ยอมจากไปไหน น้ำตาไหลรินไม่เหือดแห้งไปจากใบหน้า ทำเอาคนที่พบเห็นรู้สึกเวทนาไม่น้อย แสดงให้เห็นถึงทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิตใจ ความรักของสัตว์ที่ได้เป็นแม่ก็ยิ่งใหญ่มากเช่นกัน

ค่ำคืนนี้ ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี มารอดู “ฝนดาวตกลีโอนิดส์” เห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วท้องฟ้าประเทศไทย

รูปภาพ
ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี  เผยว่าสถาบันวิจัยดาราศาสตร์เชิญชวนชาวไทยรับชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (Leonid Meteor Shower) หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต เริ่มอมงเห็นหลังเที่ยงคืนเป็นต้น หรือชัดเจนที่สุดตั้งแต่ 02.00 น. ไปจนถึงรุ่งเช้า 18 พ.ย. โดยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าการจะชมฝนดาวตกลีโอนิดส์ให้ได้ชัดเจนที่สุด ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงไฟรบกวน โดยการนอนชมจะทำให้มองเห็นฝนดาวตกได้ชัดเจน เพราะช่วงที่เกิดฝนดาวตกจุดศูนย์กลางอันเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณใกล้กลุ่มดาวสิงโต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก จะอยู่เหนือท้องฟ้ากลางศีรษะพอดี อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 10-15 ดวงต่อชั่วโมง ฝนดาวตกลีโอนิดส์ เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวหางตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวหางเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ทิศทางวงโคจรของฝนดาวตกลีโอนิดส์สวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ความเร็วของเม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยาก...

ข่าวต่างประเทศ ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี รายงานกรณีช่วยวาฬหลังค่อมเกยตื้นที่บราซิล กลับคืนสู่ทะเล

รูปภาพ
มวลชนหลายร้อยคนรวมใจรวมพลังกันช่วยชีวิตวาฬหลังค่อมเกยตื้น ขุดทรายอยู่หลายชั่วโมงจนสุดท้ายก็ส่งมันกลับคืนสู่ ทะเล ได้สำเร็จ สำนักข่าวต่างประเทศ  ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี     รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พบวาฬหลังค่อมขนาดใหญ่ตัวหนึ่งขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาดที่เมืองบูซิโอส เมืองชายฝั่งทะเลทางตะวันเฉียงใต้ของบราซิล โดยมีมวลชนจำนวนหลายร้อยคนได้รวมพลังกันช่วยชีวิตมัน บางส่วนขุดทรายรอบตัวมัน บางส่วนตักน้ำมารดตามลำตัว และด้วยความพยายามอยู่นานหลายชั่วโมงบวกกับช่วงน้ำขึ้น สุดท้ายก็สามารถพามันกลับสู่ทะเลได้สำเร็จ ซึ่งวินาทีที่มันได้กลับลงสู่ทะเล มันได้สะบัดทางและพ่นน้ำคล้ายเป็นการขอบคุณ ท่ามกลางเสียงปรบมือและโห่ร้องดีใจของมวลชนที่พยายามช่วยชีวิตของมันด้วย ทั้งนี้ นักชีววิทยาที่ได้ร่วมในการช่วยเหลือครั้งนี้เผยว่า วาฬหลังค่อมตัวดังกล่าวมีลำตัวยาวประมาณ 14 เมตร น้ำหนักราว 15 ตัน และยังอยู่ในวัยเด็ก

ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย

รูปภาพ
การภาวนา ถ้าเมื่อไรภาวนาแล้วรู้สึกยาก สังวรไว้เลยว่าผิดแน่นอน นาย ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี กล่าวว่าการภาวนาถ้าถูกต้องจะต้องง่าย จิตใจมีสติ จิตใจมี สัมมาสมาธิ รู้ ตื่น เบิกบาน เห็นกายตามความเป็นจริง เห็นใจตาม ความเป็นจริง มีแต่ความสุขล้วนๆ เลย ค่อยๆ ภาวนา มันไม่ได้ยากเย็นเหมือนท่ีเราวาดภาพไว้ เราไปวาดภาพธรรมะเอาไว้ผิดธรรมดา ธรรมะคือธรรมดานั่นเอง เราเรียนธรรมดาของกาย ธรรมดาของใจ ธรรมดาของกายก็ ไม่เท่ียง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ธรรมดาของใจก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเหมือนกัน เรียนจนเห็นธรรมดา เรียนไปเรื่อย เห็นไปเรื่อย จนใจยอมรับความเป็นธรรมดาของกายของใจ ยอมรับแล้ว มันไม่เที่ยงนี่ จะไปยินดียินร้ายอะไรกับมัน มันเป็นทุกข์ มันไม่ใช่ เป็นสุข มันบังคับไม่ได้ มันเป็นอนัตตา ไม่ใช่บังคับได้ หลายคนภาวนาแทนที่จะมุ่งมาให้เห็นกายเห็นใจเป็นไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เกือบทั้งหมดที่ภาวนาแล้วล้มลุก คลุกคลาน ภาวนาเพื่อจะให้มันเที่ยง เพื่อจะให้มันสุข เพื่อจะ บังคับมันให้ได้ ยกตัวอย่างภาวนาแล้วอยากให้จิตใจสงบถาวร ให้สุขถาวร ให้ดีถาวร ภาวนาแล้วจะเอา อยากได้ อยากได้ความสุข อยากได้ ความสง...

ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี สอนวิธีรู้จักการ “ ปล่อยวาง ”

รูปภาพ
ถ้าไม่อยากเป็นทุกข์ ก็จงรู้จักการ “ ปล่อยวาง ”          ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี กล่าวว่า การ ปล่อยวาง ให้เป็น ถ้าไม่อยากเป็นทุกข์ ก็จงรู้จักการ ปล่อยวาง ก้อนความเครียดก็เหมือนกล่องทิชชู ถ้ารักจะถือไว้ไม่วางก็ตามใจ แต่ก็ต้องเรียนรู้วิธีที่จะถือให้นานที่สุด และสร้างความเสียหายแก่ชีวิตน้อยที่สุด เรามีวิธีถือหลายวิธี เช่น ถือสองมือ ก็ไม่เหลือมือไว้ทำอะไรอีกเลย จะทำอะไรก็คงต้องใช้ปากกับเท้าแทน ซึ่งมักจะทำได้ยากสร้างความลำบากลำบนแก่ชีวิตเสียเปล่า ๆ ถ้าเช่นนั้นสู้วางลงสักมือ น่าจะดีกว่า เหลืออีกมือไว้ทำนั่น ทำนี่ มือข้างที่ถือก็ต้องแข็งแรง จะได้ไม่เสียสมดุล เราจะได้ใช้มืออีกข้างทำงาน และดำเนินชีวิตได้เต็มที่ แต่แน่นอนว่า วางลงทั้งสองมือดีที่สุด ไม่ต้องถือไว้ เพราะอาจเหนื่อยฟรี ความเครียดหลายอย่างในชีวิตคนเรา มักเครียดฟรี คือ “คิดไปเอง” พรุ่งนี้เช้าลองตื่นขึ้นมา แล้วคว้ากล่องทิชชูหัวเตียงมาถือไว้ จะใช้มือซ้าย หรือมือขวาก็ได้ตามสบาย แล้วตั้งปณิธานว่า จะถือไปทั้งวันจนกว่าอาทิตย์ตกดิน เลือกทำวันอาทิตย์ที่มั่นใจว่าอยู่บ้านทั้งวัน จะได้ไม่ต้องออกไปทำงาน หรือไป...

ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี เผยบรรยากาศการเปิดใช้บัตรคนจนนั่งรถไฟฟรี

รูปภาพ
เปิดใช้วันแรกวุ่น!บัตรคนจนนั่งรถไฟฟรี เน็ตล่มป่วนหนักทั้งหัวลำโพง-บางซื่อ  ผู้สื่อข่าว ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี คนมีนํ้าใจ รายงานความคืบหน้าล่าสุด หัวลำโพง-บางสื่อป่วน!ระบบรูดบัตรคนจนซื้อตั๋วรถไฟล่มทั้ง 22 ช่อง ประชาชนต่อคิวยาว การรถไฟยอมรับเหนือความคาดหมาย ประสานกรุงไทยเปลี่ยนจากระบบซิมเป็นสายแลนด์ คาด 1-2 วันหมดปัญหา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่สถานีหัวลำโพงว่า ผู้สื่อข่าวรายงาน การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือรฟท. เปิดให้ประชาชนใช้บริการซื้อบัตรโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีประชาชนเข้ามาต่อแถวรอรับบริการเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้บัตรเกิดปัญหาขึ้นในทุกช่องทางที่มีการเปิดให้ใช้สวัสดิการจำนวน 22 ช่องทาง โดยระบบล่มในบางครั้ง ทำให้เกิดความล่าช้าในการซื้อบัตรโดยสาร นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยอมรับว่าขณะนี้ระบบการใช้บัตรสวัสดิการในการซื้อตั๋วรถไฟบริเวณหัวลำโพงเกิดปัญหาระบบล่ม เนื่องจากมีผู้เดินทางเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก รวมทั้งระบบรูดบัตรที่นำมาใช้เป็นระบบซิมการ์ด ซึ่งเป็นระบบที่ไม่สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจำนวนคราวละมากๆ โดยเมื่อระบบ...

ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี

รูปภาพ
จีนผลิตรถรางไฮบริดคันแรกของโลก ใช้จริงแล้วในเหอเป่ย  ข่าวต่างประเทศสายข่าว ณัฐนินท์ ธรรมวิทย์เมธี นำเสนอวีธีแต่งหน้าวันฮาโลวีน รายงาน รถรางไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนคันแรกได้ถูกนำมาใช้งานจริงแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (26 ต.ค. 2017) ในมณฑลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของประเทศจีน บริษัท Tangshan Railway Vehicle ผู้พัฒนารถรางได้ให้ข้อมูลว่า รถรางแบบไฮบริดคันนี้ สามารถใช้งานได้นานกว่ารถรางที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังไม่จำเป็นต้องมีสายส่งข้ามศีรษะ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษอีกด้วย โดยการพัฒนารถรางดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัทและมหาวิทยาลัยซีหนานเจียวทง มาเป็นเวลา 4 ปี รถรางคันนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ทั้งสิ้น 336 คน และใช้เวลาเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนให้เต็มเพียง 15 นาที ก็สามารถขับเคลื่อนยานพาหนะไปได้ถึง 40 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง